13 มี.ค. 2560

ปลูกผักหวานป่าทำไม เพราะว่าที่ภูแถว ๆ บ้านก็มี

ทำไมเราต้องเดินทางขึ้นภู เข้าป่า ไปหาผักหวาน ในเมื่อ ทุก ๆ ปี คนเก็บมากขึ้น คนขุดมากขึ้น ต้องเดินทางเข้าป่าลึกขึ้น คนถางทำไร่รุกป่ามากขึ้น ..

แต่ถ้าอยู่หลังบ้าน เก็บหลังบ้านมาขายหน้าบ้าน เก็บแต่เช้า เดินทางแค่ไม่กี่เมตร ไม่ได้ใช้พลังงาน ใช้แรงงานน้อย ได้สินค้าที่เรากำหนดออกเองได้ กำหนดปริมาณได้ อยากได้มากก็เก็บมาก ไม่ต้องแย่งกัน



ผู้จัดการสวนตัวน้อย ๆ

จำได้ว่า ตอนล้างเมล็ดผักหวานป่า หลานชาย(ปูติน)คลอดพอดี ตอนนี้หลานก็โต ผักหวานก็โต อีกหน่อยให้ปูติน เก็บเอง บริหารตลาดเอง 55




ทำไม

ทำไม ไปดูสวนผักหวานแล้วมาทำตามเขา มันไม่โตอย่างที่เขาได้บอกไว้ โดยเฉพาะ ดินอีสาน


ผักหวานป่าชอบความชื้น แต่ไม่ชอบน้ำท่วม

การปลูกผักหวานป่า ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องให้เยอะ ให้มาก หรือ ไม่ต้องการน้ำท่วมถึง
พฤติกรรมของผักหวานป่า จะชอนรากลงลึกประมาณ 50 cm จากผิวดิน ดังนั้นถ้าได้หลุมปลูกที่มีหน้าดินลึก รากชอนลงลึก ก็ถึงความชื้นภายในดิน ทนแล้ง  แต่ก็ต้องให้น้ำบ้างเป็นระยะ อีกประการสำคัญคือ พื้นที่จะต้องไม่ใช่ที่น้ำท่วมถึง ..หากน้ำขังเป็นระยะเวลานาน (นับเดือน) จะต้องหาวิธีการระบายออก

ตัวอย่างนี้เป็นพื้นี่น้ำท่วมถึง ผักหวานที่สวนพระยืน ตายกว่า 50 ต้น


ผักหวานป่าอายุ 2 ปีเต็ม

ผักหวานป่าอายุ 2 ปีเต็ม  โดยมีวิธีการปลูกคือ ดินจะต้องหลวม ความชื้นจะต้องมี แต่ไม่ถึงกับต้องท่วม สภาพเป็นดินร่วนปนเหนียว ร่มเงา พอดี ใช้ร่มเงาตะขบ ..สำคัญที่สุดคือดินต้องหลวม


จากทุ่งนา สู่สวนผักหวานป่า

จากเริ่มปลูก จนถึงอายุ 1 ปี






สภาพดินพื้นที่ปลูกผักหวานป่า

อำเภอบ้านหมอ พื้นที่ปลูกผักหวานป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผักหวานที่เรากิน ๆ อยู่ทุกวันนี้ แทบจะมาจากอำเภอบ้านหมอทั้งสิ้นเลยครับ ที่หน้าสวนราคาถูกที่สุด อยู่ประมาณ 60-80 บาท แล้วแต่ฤดูกาล อาจจะสูงหรือต่ำกว่านี้ก็แล้วแต่ครับ แต่ว่ากว่าจะไปถึงผู้บริโภคจริง ๆ ก็ผ่านกระบวนการขนส่ง แบ่งขาย ราคาเลยแตะประมาณ 300 -400 บาท เลยทำให้มีผู้สนใจปลูกผักหวานป่าเป็นจำนวนมาก เรามาดูกันบ้างว่า ทำไมเขาถึงปลูกผักหวานป่าได้ง๊าย ง่าย ดายแบบปลอกกล้วยเข้าปาก .. ใคร ๆ ก็ตามที่ไม่มีประสบการณ์ไปปลูกที่นั่น ก็สำเร็จทุกรายครับ .. แต่ถ้าเชิญเจ้าของสวนจากบ้านหมอ มาปลูกดินอีสาน รับรอง ม้วนเสื่อกลับบ้านทุกรายเช่นกัน ..




อยู่พื้นที่อีสาน ปลูกผักหวานจะทำอย่างไรดี ..ทำไมทำเหมือนเขาแล้วไม่ได้ผล


9 มี.ค. 2560

รวมกระทู้ของสวนผักหวานป่าพระยืนในเว็บเกษตรพอเพียง

ทางสวนผักหวานป่าบ้านพระยืนได้เริ่มต้นทำกระทู้การทำสวนผักหวานตั้งแต่เริ่มต้นเป็นป่าหญ้าคา จนเป็นสวนผักหวาน และเปลี่ยนทุ่งนาให้เป็นสวนผักหวานป่า ทุกท่านสามารถเข้าสู่กระทู้ต่าง ๆ ในเว็บเกษตรพอเพียงได้ตามลิงนี้ครับ

สวนผักหวานป่าบ้านพระยืน

บอกเล่าประสบการณ์และสิ่งที่พบในการปลูกผักหวานป่า(2)

เมื่อฟัง ๆ แล้วผมก็ถามแทรกในใจขึ้นมา .. แล้วตามป่า โขดหิน ที่มีผักหวานป่าขึ้นโดยทั่วไป ไม่เห็นมีใครต้องไปถมดินให้ใหม่ หรือไปขุดหลุมให้กว้าง เพื่อให้ดินหลวม ผักหวานป่ายังขึ้นได้ ..

ผมขอตอบเชิงสถิติก่อนนะครับ ว่า การขยายพันธุ์ผักหวานป่าทางธรรมชาตินั้น ถ้าหากเมล็ดผักหวานป่าทุกเมล็ด สามารถขยายพันธุ์ได้เหมือนพืชทั่วไป แล้ว ผักหวานป่าจะไม่ใช่พืชเศรษฐกิจเหมือนทุกวันนี้ ทุกบ้านจะรำคาญกับการตัดต้นผักหวานป่า ออกจากรั้วบ้านตัวเองเหมือนกระถิน ที่ขึ้นรกได้ทั่วไป ..จำนวนเมล็ดผักหวานป่านับพันเม็ด ในแต่ละปี ต่อจำนวนต้นแม่พันธุ์ 1 ต้น สามารถขยายได้จำนวนมากเท่าไหร่? แล้วถ้าสุกทุก ๆ ปี ผักหวานป่าเติบโตจากเมล็ดเองคงได้จำนวนมหาศาลกันเลย .. แต่ทำไมเราได้คำตอบเพียงแค่จำนวนน้อยมาก ๆ ที่สามารถเติบโตได้เอง อาจจะมาจากสาเหตุ สภาพแวดล้อมไม่เหมาะ ความชื้นไม่ได้ หรือเกิดก็เกิดการทำลายจากสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น .. 

ต่อมาคือประเด็นการเจริญงอกงามของผักหวาน ..ต้นที่อยู่ตามธรรมชาตินั้นมันอยู่ได้อย่างไร .. ในป่าก็ไม่เห็นมีต้นตะขบให้เราเห็น ในป่าไม่มีต้นมะขามเทศ ในป่าไม่มีต้นแคบ้าน .. แล้วทำไมผักหวานอยู่ได้ล่ะ ? ก็น่าคิดนะครับ .. แต่สภาพป่า มีความสมบูรณ์ ปราศจากสารเคมี มีระบบนิเวศน์ครบด้าน ทั้งบนดินและใต้ดิน เศษซากพืช และสัตว์ ปริมาณมากกว่าที่เราใส่ปุ๋ยคอก และบำรุงดินกันหลายเท่า ..

ทั้งหมดนี้ผมสังเกตและคิดว่าประเด็นเรื่องของใต้ดินนั้นสำคัญกว่าเรื่องบนดิน ผมจึงให้ความสำคัญกับดินที่ปลูกว่าจะต้องหลวม โปร่ง ร่วน ต้องมาก่อนอันดับแรกครับ .. ส่วนเรื่องบนดิน น้ำ พี่เลี้ยงร่มเงา เติมปุ๋ย นั้น มองเห็น สามารถจัดการได้ส่วนจะช้าหรือเร็วอยู่ที่การเตรียมการของแต่ละคน ..

ตัวอย่างผักหวานป่าที่ผมปลูกข้างบ้าน มีสิ่งแวดล้อมเป็นถังขยะ ต้นกล้วย ถังน้ำประปา ปั๊มน้ำ



จากภาพข้างบนพอจะเห็นต้นผักหวานป่าที่ปลูกใกล้กัน แต่ไม่โตหรือเปล่าครับ ต้นเล็ก ๆ ..สิ่งที่ผมจะต้องทำต่อคือ เรามีวิธีการคัดเลือกพันธุ์อย่างไร เพื่อพยากรณ์คุณสมบัติเด่นต่อการนำไปขยายพันธุ์ของเมล็ดผักหวานป่า ..เราจะเลือกเมล็ดอย่างไรที่ปลูกแล้วโต? คำถามนี้ผมขอค้างไว้เป็นสิ่งที่ผมจะค้นในอนาคต..

บอกเล่าประสบการณ์และ สิ่งที่พบในการปลูกผักหวานป่า

เรื่องการปลูกผักหวาน ผมขออนุญาต ท้าวความเดิมเสียก่อนนะครับ อาจจะยาวไปสักนิด แต่ผมคิดว่าเป็นพื้นความเชื้อของผมที่มีต่อการปลูกผักหวานป่า 
ผมเริ่มต้นด้วยการปลูกผักหวานป่าประมาณปี 47 หรืออาจจะก่อนหน้านั้นเพียงเล็กน้อย แต่ขอเล่าเท่าที่ผมจะจำได้นะครับ 
สาเหตุที่ผมอยากปลูกผักหวานป่า ก็คงไม่ต่างกับหลาย ๆ คนที่อยากปลูกในเว็บเกษตรพอเพียง และอีกหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้ผ่านเข้ามาในโลกของการสื่อสารไร้พรมแดนแห่งนี้  ผมเองไม่ใช่คนที่ชอบทานผักหวานป่าเท่าไหร่นัก แต่ด้วยความที่เกิดเป็นเด็กบ้านนอก เห็นชาวบ้านเก็บมาขาย เห็นเขาขายกันที่ตลาด และเห็นความนิยมรับประทานที่เป็นวัฒนธรรม (ไม่ต้องโฆษณาก็มีคนทาน) แรกเริ่มนั้นไม่เคยเห็นต้นมันเสียด้วยซ้ำไปว่าเป็นต้นอย่างไร เพราะเคยเห็นตอนที่แกงเรียบร้อยแล้วเท่านั้น  การเริ่มต้นการปลูกจริง ๆ นั้นเกิดจากการซื้อต้นกล้าตามงานกาชาด ร้านต้นไม้ รถขายต้นกล้า สมัยนั้นขายกล้าละ 2 บาท แล้วก็ไม่รู้ด้วยครับว่าต้นกล้าเหล่านั้นใช่ผักหวานป่าจริงหรือไม่  ทำอย่างนั้นทุก ๆ ปี เพราะไม่เคยเห็นว่ามันจะโตได้เลย นั้นคือเรื่องจริงก่อนปี 47 
แต่สิ่งที่ผมบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับผักหวานป่า นั้นเริ่มต้นเมื่อ ปลายหน้าฝนปี 47 ซึ่งผมมีโอกาสไปทำงานที่จังหวัดเลย และต้องกลับบ้านเป็นประจำ แถวนั้นก็มีร้านค้าจำหน่ายต้นกล้าริมถนน มากมาย หลายชนิด ก็เลยอยากลองปลูกอีกครั้ง โดยการซื้อต้นกล้าจำนวน 50 ต้น มาทำการปลูก ผลปรากฏว่า จำนวนต้นกล้าที่ปลูกนั้นรอดตายและโตน้อยมาก ๆ และผมทำแบบนี้ หลายปีติดต่อกันมา ทุก ๆ ปี คนขายจะเห็นผมแวะ และซื้อต้นกล้าจำนวนมากขึ้นทุก ๆ ปี จนเขาถามว่าที่ปลูกทุกปีได้เก็บยอด หรือมีกี่ไร่แล้ว  ผมก็บอกไปว่าตายเรียบครับเหลือไม่กี่ต้น  จนคนขายสงสาร แล้วจึงพาผมไปดูต้นผักหวาน แล้วเล่าเรื่องราวของผักหวานป่า ช่วงเวลาการออกลูก การเพาะ การดูแลรักษา ซึ่งตอนนั้นผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร มันถึงจะโต ..

จนมาถึงปี 55 ผมตั้งใจเต็มที่เลยว่า ผมจะเริ่มต้นปลูกผักหวานแบบเพาะเมล็ดตามคำแนะนำ ประกอบกับก่อนหน้านั้น มีการรื้อบ่ออ่างเก็บน้ำแถว ๆ บ้าน ได้ดินราคาถูกมาก เลยสั่งมาถมสระ และทุ่งนาบางที่ แต่ยังไม่ได้เตรียมว่าจะปลูกอะไร พอถึงสงกรานต์ปี 55 ผมกลับไปยังสวนต้นแม่พันธุ์ผักหวานป่าอีกครั้ง พร้อมกับเอาเมล็ดสุกมาทำตามคำแนะนำทุก ๆ อย่าง ผมปลูกผักหวานป่าจากเมล็ดประมาณ 10 กิโลกรัม ในพื้นสวนหลังบ้านทั้งหมด โดยไม่เลือกที่ดินว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งผืนดินเดิม ที่เคยปลูกผักสวนครัว และพื้นที่สระและทุ่งนาที่ถมใหม่ ลงผักหวานทั้งหมด เรียกว่ามีที่ว่างตรงไหนก็ปลูกไปให้ทั่วพื้นที่ เพราะมีเมล็ดเยอะมาก ๆ 

ผลปรากฏว่า 
1.ผักหวานป่างอกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เดิมที่ปลูกผักสวนครัว พื้นที่ถมใหม่ ผลไม่แตกต่างกันตอนงอก
2.เมื่อเวลาผ่านไปปลายหน้าฝน ต้นผักหวานป่าที่บริเวณพื้นที่ถมใหม่ โตอย่างต่อเนื่อง ใบใหญ่ และหนา ซึ่งผมเรียนตามตรงว่า เวลานั้นผมเองก็ยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ผักหวานป่านั้นมันโตได้เพราะสาเหตุอะไร ดินดีหรือเปล่า คำตอบก็คือ ก็ไม่ได้เป็นดินสมบูรณ์อะไร เป็นดินเหนียวก้นบ่อทั่วไป ที่ถมใหม่ 
3.พื้นที่ดินดาน ปลูกระยะแรกผักหวานโตได้ดี แต่พอเข้าหน้าแล้ง ผักหวานไปต่อไม่ได้และตายในที่สุด ทั้ง ๆ ที่เห็นแววโตอย่างชัดเจน

และเวลาผ่านไปเป็นปี ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพื้นที่เดิมที่เป็นดินดาน กับพื้นที่ถมใหม่  ตำแหน่งดินเดิมผักหวานโตช้ามาก นิ่ง ๆ แทบจะเท่าเดิม ส่วนแปลงที่ถมใหม่นั้น เป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยผักหวานที่โตแบบเห็นข้อแตกต่างชัดเจนมาก ทั้ง ๆ ที่ ใส่ปุ๋ยเหมือนกัน ให้น้ำเหมือนกัน 

พื้นที่ถมใหม่ 




จากอดีต ถึงปัจจุบัน


เริ่มต้นก่อนปลูกเมื่อปี 57 


ทำไมต้องเน้นที่หลุมปลูก

ทำไมสูตรการปลูกของสวนผักหวานป่าพระยืน และสวนผักหวานป่าพ่อบุญพร้อม ต้องเน้นเรื่องการเตรียมหลุมปลูก และเรื่องดินมากกว่าเรื่องอื่น ๆ  ก็เพราะว่าเรื่องดินนั้นถ้าหากหลวม ร่วน ก็ช่วยให้รากของผักหวานป่าแรกเกิด (ซึ่งรากอ่อนแอ) สามารถชอนไชในแนวดิ่ง ลงลึกได้มากที่สุด และทำไมมันต้องลึกถึงขนาด 50 cm ล่ะ ทั้ง ๆ ที่ไม้ป่าชนิดอื่น ๆ ก็แค่ขุดให้พอดีกับถุงเพาะเท่านั้นเองมันก็โต สำหรับคำถามนี้ได้ตอบไปเยอะแล้วนะครับ และสิ่งที่ไม่ควรปลูกผักหวานป่าคือ ปลูกในดินดาน ในพื้นที่หน้าดินตื้น สภาพดินทรายจัด เพราะสภาพไม่เอื่อต่อรากผักหวานป่าครับ แต่หากจะปลูกในพื้นดินเหล่านั้นต้องจัดการเรื่องดินเสียก่อน 

วันนี้มีต้นกล้าที่ผมเพาะไว้และไม่ได้มีเวลาลงดิน ส่วนต้นอื่น ๆ ก็จ่ายแจกไปหมดแล้ว เหลืออยู่ 1 กระถาง ก็เลยเอามาแกะดูให้เห็นความยาวที่แท้จริงของมัน ต้นกล้าสามต้นนี้ปลูกเมื่อปี 58 ครับ